รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม

Moderator: BKMHome Master

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

Re: รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม

โพสต์โดย ป๋าแชมป์ » อาทิตย์ 27 ม.ค. 2013 09:39 น.

กระทู้นี้ขออัพเอาไว้เรื่อยๆเพราะมันเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนสมาชิกครับ

เครือข่ายศูนย์สื่อสารเพื่อช่วยเหลือเหตุฉุกเฉินและกรณีเกิดเหตุภัยพิบัติ ( ขอบคุณข้อมูลจากกระทู้ของคุณ สมศักดิ์ SV Trailer )

รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป๋าแชมป์
BKMHome Master
BKMHome Master
 
โพสต์: 2655
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 05 ก.ย. 2012 16:04 น.

Re: รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม

โพสต์โดย ป๋าแชมป์ » พุธ 06 ก.พ. 2013 19:05 น.

สิ่งที่ควรจะรู้ ก็น่าจะรู้ วันหลังลูกหลานถาม จะได้ตอบมันได้

มาจัดเตรียมของไหว้ตรุษจีน รับวันตรุษจีน 2556 กัน

รูปภาพ

"ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้" ประโยคคุ้นหูที่เรามักได้ยินในช่วง "เทศกาลตรุษจีน" วันสำคัญของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน ที่เป็นเสมือนวันขึ้นปีใหม่ของจีนนั่นเอง โดย ตรุษจีน 2556 นี้ ตรงกับวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556 ซึ่งในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ก่อนวันตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ 1 วัน มีพิธีกรรมเซ่นไหว้บรรพบุรุษผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ด้วยอาหารคาวหวานนานับชนิด ว่าแต่ของไหว้ตรุษจีนมีอะไรบ้างล่ะ ใครกำลังอยากรู้ว่า จัดของไหว้ตรุษจีน ต้องใช้อะไรบ้าง กระปุกดอทคอม มีคำตอบมาบอกค่ะ

สำหรับในวันตรุษจีนนั้น จะมีการเตรียมของไหว้อย่างพิถีพิถัน แบ่งเป็นเนื้อสัตว์ ผลไม้ ขนมหวาน กับข้าวคาว กับข้าวเจ อย่างละ 3 หรือ 5 ชนิด พร้อมสุรา น้ำชา ข้าวสวย และกระดาษเงินกระดาษทองประเภทต่าง ๆ โดยจะจัดเรียงตามลำดับความสำคัญตามชนิดของอาหาร ซึ่งจะมีเสียงเรียกพ้องกับเสียงของคำมงคล และผลไม้ที่ขาดไม่ได้บนโต๊ะไหว้ก็คือ ส้มมหามงคลสีทอง ที่ชาวจีนเรียกว่าส้มไต่กิก เพราะมีความหมายหมายถึงความสวัสดีมงคลอย่างยิ่ง

[img] ทั้งนี้ "วันไหว้" จะทำกันในวันสิ้นปี ซึ่งปกติมีการไหว้ 3-4 ชุด เริ่มจาก "ไหว้เจ้าที่" ในช่วงเช้าด้วยชุดซาแซ คือ หมู เป็ด ไก่ ที่อาจเปลี่ยนเป็นไข่ย้อมสีแดงได้ ขนมเทียน และขนมถ้วยฟู หรือขนมอื่น ๆ ผลไม้ไหว้มีส้มสีทอง องุ่น แอปเปิ้ล พร้อมกับกระดาษเงิน กระดาษทอง ต่อด้วยช่วงสาย ๆ ไม่เกินเที่ยง "ไหว้บรรพบุรุษ" เครื่องไหว้จะประกอบด้วยชุดซาแซ อาหารคาวหวาน ส่วนมากก็ทำตามที่ผู้ล่วงลับไปแล้วชอบ เต็มที่จะมี 10 อย่าง นิยมว่าต้องมี น้ำแกง เพื่ออวยพรให้ชีวิตราบรื่น และกับข้าวเลือกที่มีความหมายมงคล ส่วนขนมไหว้บรรพบุรษต่าง ๆ ก็มีความหมายมงคลเช่นกัน
[/img]
อย่างไรก็ตาม หลังจากไหว้บรรพบุรษแล้ว ช่วงเที่ยงหรือบ่ายก็จะไหว้ผีไม่มีญาติ จากนั้นก็เป็นช่วงกลางดึกของคืนวันสิ้นปีย่างเข้าตรุษจีน ที่จะมีการไหว้ไฉ่ซิงเอี๊ย หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ โดยให้หันโต๊ะไหว้ไปทางทิศตะวันตก ทั้งนี้ ชาวจีนจะเตรียมจัดของไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภอย่างพิถีพิถัน เพราะในช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าวันตรุษจีน โลกกำลังหมุนไปทางทิศนี้ แล้วเมื่อย่างเข้าวันปีใหม่จีนหรือวันตรุษจีน ก็ยังนิยมไปไหว้ขอพรและอวยพรจากญาติผู้ใหญ่ โดยจะนำส้มสีทองจำนวน 4 ใบ ไปมอบให้ด้วยเสมือนนำโชคดีไปให้ เพราะเสียงไปพ้องกับคำว่าทองในภาษาจีนแต้จิ๋ว

รูปภาพ


ทั้งนี้ สำหรับความหมายของ "ของไหว้วันตรุษจีน" ได้แก่...

ความหมายของผลไม้ไหว้วันตรุษจีน
- กล้วย หมายถึง กวักโชคลาภเข้ามา และขอให้มีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง

- แอปเปิล หมายถึง ความสันติสุข สันติภาพ

- สาลี่ หมายถึง โชคลาภมาถึง (ควรระวังไม่นิยมไหว้บรรพบุรุษและวิญญาณไร้ญาติ)

- ส้มสีทอง หมายถึง ความสวัสดีมหามงคล

- องุ่น หมายถึง ความเพิ่มพูน

- สับปะรด คำจีนเรียกว่า "อั้งไล้" แปลว่า มีโชคมาหา

ความหมายของอาหารไหว้วันตรุษจีน

- ไก่ หมายถึง ความสง่างาม ยศ และความขยันขันแข็ง ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ต้องเป็นไก่เต็มตัว หมายถึง มีหัว ตัว ขา ปีก มีความหมายถึง ความสมบูรณ์


- เป็ด หมายถึง สิ่งบริสุทธิ์ ความสะอาด ความสามารถอันหลากหลาย


- ปลา หมายถึง เหลือกินเหลือใช้ อุดมสมบูรณ์

- หมู หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ มีกินมีใช้

- ปลาหมึก หมายถึง เหลือกิน เหลือใช้ (เหมือนปลา)

- บะหมี่ยาวหรือหมี่ซั่ว หรือ ฉางโซ่วเมี่ยน ตามชื่อหมายถึง อายุยืนยาว

- เม็ดบัว หมายถึง การมีบุตรชายจำนวนมาก

- ถั่วตัด หมายถึง แท่งเงิน

- สาหร่ายทะเลสีดำ หมายถึง ความมั่งคั่งร่ำรวย

- หน่อไม้ หมายถึง การอวยพรให้ร่ำรวยผาสุก

สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง คือ เต้าหู้ขาว เนื่องจากสีขาว คือ สีสำหรับงานโศกเศร้า

รูปภาพ

ความหมายของขนมไหว้วันตรุษจีน

- ขนมเข่ง คือ ความหวานชื่น ราบรื่นในชีวิต ขนมเข่งที่ใส่ในชะลอม หมายถึง ความหวานชื่นอันสมบูรณ์

- ขนมเทียน คือ เป็นขนมที่ปรับปรุงขึ้นจากชาวจีนโพ้นแผ่นดินดัดแปลงมาจากขนมท้องถิ่นของไทย จากขนมใส่ไส้เปลี่ยนจากแป้งข้าวเจ้าผสมกะทิมาเป็นแป้งข้าวเหนียวแทน มีความหมายหวานชื่น ราบรื่น รูปลักษณ์เป็นกรวยแหลมมีลักษณะเป็นมงคลเหมือนเจดีย์

- ขนมไข่ คือ ความเจริญเติบโต

- ขนมถ้วยฟู คือ ความเพิ่มพูนรุ่งเรือง เฟื่องฟู

- ขนมสาลี่ คือ รุ่งเรือง เฟื่องฟู

- ซาลาเปา หรือ หมั่นโถว คือ ไหว้เพื่อให้เปาไช้ แปลว่าห่อโชค โดย หมั่นโถว มีแบบที่ทำจากหัวมัน เนื้อออกสีเหลือง และแบบไม่ผสมมัน เนื้อออกสีขาว นิยมทำให้แตกเหมือนดอกไม้บาน ถ้าลูกเล็กจะแต้มจุดแดง ลูกใหญ่จะปั๊มตัวหนังสือสีแดง เขียนว่า ฮก แปลว่า โชคดี ส่วนถ้ามีไส้ เรียก "ซาลาเปา" นิยมไส้เต้าซา แป้งไม่ผสมมัน หน้าไม่แตก มีตัวหนังสือปั๊มว่า เฮง แปลว่าโชคดี

นอกจากนี้ยังมี ซิ่วท้อ เป็นซาลาเปาพิเศษ ทำเป็นรูปลูกท้อ ไส้เต้าซา เพราะถือว่าเป็นผลไม้สวรรค์ ใช้ในงานวันเกิด ใครได้กินอายุจะยืนยาว

- จันอับ (จั๋งอั๊บ) หมายถึง ปิ่นโต หมายถึงความหวานที่เพิ่มพูน มีความสุขตลอดไป ใช้ไหว้เจ้าได้ทุกประเภท ประกอบด้วยขนม 5 อย่าง คือ เต้ายิ้งปัง คือ ขนมถั่วตัด, มั่วปัง คือ ขนมงาตัด, ซกซา คือ ถั่วเคลือบน้ำตาล, กวยแฉะ คือ ฟักเชื่อม และโหงวจ๊งปัง คือ ขนมข้าวพอง

กระดาษเงินกระดาษทอง

นอกจากอาหารคาวหวานแล้ว ในการไหว้ตรุษจีนนั้น จะต้องมีการเตรียมกระดาษเงินกระดาษทอง สำหรับใช้ไหว้ด้วย เพราะคนจีนเชื่อกันว่า เมื่อตายไปแล้วจะไปยังอีกภพโลกหนึ่ง เรียกว่า "อิมกัง" ลูกหลานจึงต้องส่งเงินทองด้วยการเผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้บรรพบุรุษได้ใช้ เพื่อแสดงความกตัญญู ซึ่งกระดาษเงินกระดาษทองก็ทั้งแบบที่ใช้ไหว้เจ้า และแบบที่ใช้ไหว้บรรพบุรุษ คือ

- กอจี๊ หรือ จี๊จุ้ย เป็นกระดาษเงินกระดาษทองชิ้นใหญ่ มีกระดาษแดงตัดเป็นลายตัวหนังสือว่า "เผ่งอัน" เป็นคำอวยพร แปลว่า โชคดี ใช้สำหรับไหว้เจ้าที่ ไหว้เทพยดาฟ้าดิน

- กิมจั้ว หรือ งึ้งจั๊ว หมายถึงกระดาษเงินกระดาษทอง เวลาจะไหว้จะทำเป็นชุด ก่อนไหว้ลูกหลานต้องนำมาพับเป็นรูปดอกไม้ ใช้ไหว้ได้ทุกอย่าง

- กิมเต้า หรือ งึ้งเต้า หรือถังเงินถังทอง ใช้ไหว้เจ้าที่ ไหว้เทพยดาฟ้าดิน

- กิมเตี๊ยว คือ แท่งทอง ใช้ไหว้บรรพบุรุษ ไหว้คนตาย

- ค้อซี คือ กระดาษทอง ก่อนใช้ให้พับเป็นรูปร่างก่อน เช่น พับเป็นเรือ เรียกว่า "เคี้ยวเท่าซี" เชื่อกันว่าการพับเรือ จะได้มูลค่าสูงกว่าการพับอย่างอื่น ใช้ไหว้ได้ทุกอย่าง รวมทั้งไหว้คนตาย โดยเฉพาะพิธีทำกงเต๊ก ลูกหลานต้องพับค้อซี ให้มากที่สุด

- อิมกังจัวยี่ คือ แบงก์กงเต๊ก

- อ่วงแซจิ่ว ใช้เผาเป็นใบเบิกทางไปสวรรค์สำหรับผู้ตาย

- เพ้า คือ ชุดของเทพเจ้า คล้ายกับที่คนไทยถวายผ้าห่มพระพุทธรูป มีการทำของเจ้าหลายองค์ เช่น ชุดของเจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่ทับทิม พระพุทธ

- ตั้วกิม เป็นกระดาษเงินกระดาษทองที่ญาติสนิทนำไปไหว้ผู้ตาย การเผากระดาษเงินกระดาษทองจะต้องทิ้งไว้สักพัก เพื่อให้ทุกคนได้เส้นไหว้เสร็จ ก็จะทำการ "เหี่ยม" หรือจบเหนือศีรษะ ระหว่างนี้ให้ทำการอธิษฐานขอพรไปด้วย แล้วจึงนำไปเผา เมื่อไฟมอดแล้วจึงไหว้ลา เป็นการเสร็จพิธี

รูปภาพ

รู้แล้วว่า "ของไหว้ตรุษจีน" มีอะไรบ้าง ทีนี้เราก็ควรจะมารู้จักวิธีการคัดเลือกอาหารเหล่านี้กันด้วย เพราะหลังจากไหว้ตรุษจีนเสร็จสิ้น ของไหว้เหล่านี้ก็จะถูกนำมาปรุงเป็นอาหารให้คนในครอบครัวทานกัน

โดยนายสง่า ดามาพงศ์ ผู้จัดการโภชนาการสมวัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้กล่าวกับเราว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีน หลายบ้านจะมีการไหว้บรรพบุรุษ ด้วยอาหารคาวหวาน ผัก-ผลไม้มากมาย แต่พึงระวังไว้สักนิดว่าอาหารที่นำมาปรุงนั้น ถูกหลักโภชนาการและปลอดภัยหรือไม่
เพราะอาหารเหล่านั้นอาจมีทั้งยาฆ่าแมลง และสารเคมีอื่น ๆ ที่ปนเปื้อน ถ้าเข้าสู่ร่างกายเราคงเป็นเรื่องที่ไม่ดีเป็นแน่

"ในการไหว้บรรพบุรุษนั้น ส่วนใหญ่ก็จะใช้ผักไม่กี่ชนิด ซึ่งเราก็มีวิธีการในเลือกผักให้ปลอดภัย โดยดูที่ใบ ต้องไม่มีคราบดินหรือคราบขาวของสารพิษกำจัดศัตรูพืช หรือเชื้อราตามใบ และผักก็ควรมีรูพรุนเป็นรอยกัดแทะของหนอนแมลงอยู่บ้างเล็กน้อย เพราะผักลักษณะเช่นนี้จะมีคุณค่าทางโภชนาการเหลืออยู่มาก และถ้าเป็นไปได้ควรเลือกซื้อผักที่ปลอดสารพิษ หรือพวกผักเกษตรอินทรีย์น่าจะดีที่สุด" อ.สง่ากล่าว

ส่วนในขั้นตอนก่อนการปรุงนั้น เราควรล้างผักด้วยน้ำสะอาด 2- 3 ครั้ง และควรแยกผักใบและผักหัวออกจากกันเวลาล้าง โดยผักหัวควรล้างด้วยน้ำเกลือประมาณ 5-7 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง เพื่อล้างยาฆ่าแมลงที่สะสมอยู่ด้านในออกบางส่วน เพราะความร้อนไม่สามารถล้างยาฆ่าแมลงออกได้ เมื่อเรารับประทานเข้าไป จะเกิดการสะสมและอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง และอาหารเป็นพิษตามมาได้

"ผักประเภทหัวก็เช่นกัน อย่างกะหล่ำปลีก็ควรเอาเปลือกข้างนอกออก และพยายามล้างให้ถึงแกนด้านใน เพราะยาฆ่าแมลงจะตกค้างอยู่ภายใน รวมถึงแตงกวา ถั่ว ก็ควรแช่น้ำเกลือ หรือไม่ก็ใช้ด่างทับทิมล้างก่อน แล้วจึงล้างด้วยน้ำสะอาดอีกรอบ ที่สำคัญผักทุกชนิดเราควรล้างก่อนที่จะนำมาหั่น เพื่อไม่ใช้น้ำชะล้างคุณค่าทางโภชนาการออกหมด"

ในส่วนของวิธีการปรุงนั้น ผักทุกชนิดเราไม่ควรต้มจนเละ เพราะนั่นจะทำให้ผักที่เรารับประทานเข้าไปมีคุณค่าทางโภชนาการน้อย รับประทานสด ๆ น่าจะดีที่สุด

ผลไม้ก็เช่นกัน ควรเลือกร้านที่เราไว้ใจได้ ผลมันต้องสด ๆ และเลือกผลที่ไม่ช้ำ บางรายคัดแต่ลูกใหญ่ ๆ เพราะคิดว่าจะได้คุณค่าทางโชนาการมากกว่าลูกเล็ก ๆ ซึ่งความเป็นจริงแล้วก็ได้คุณค่าในปริมาณที่เท่ากันทั้งหมด

"ผลไม้ที่ประชาชนใช้ไหว้บรรพบุรุษนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นส้ม แก้วมังกร แอปเปิ้ล หรือส้มโอ ซึ่งก็ควรเลือกแบบสด ๆ ผลไม่มีรอยช้ำ และควรล้างก่อนรับประทาน เพราะยาฆ่าแมลงมักจะสะสมอยู่บริเวณผิวเปลือก เมื่อเราใช้มือแกะส้ม ยาฆ่าแมลงนั่นก็จะมาติดที่มือเรา และเราก็หยิบเข้าปากรับประทาน ซึ่งนั่นอันตรายมาก" อ.สง่า กล่าว

ทีนี้มาถึงคราวของคาวอย่างการเลือกเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อไก่ เราควรเลือกที่เนื้อไม่ซีด ไม่เหี่ยว เปลือกตาสด เนื้อต้องไม่มีรอยเลือดที่แห้งกรัง กลิ่นต้องไม่เหม็นเน่า เนื้อหมู ก็ต้องสีแดงสด แต่พึงระวัง เพราะปัจจุบันพ่อค้าแม่ค้ามักใช้ไฟสีแดงในการหลอกผู้บริโภคว่า หมูนั้นเนื้อแดง อีกทั้งเราควรเลือกร้านที่เราไว้ใจได้และซื้อประจำ เพราะจากการออกสำรวจของกระทรวงสาธารณสุข ยังคงพบร้านที่ใช้สารเร่งเนื้อ แดงอยู่จำนวนมาก และใช้นิ้วกดเนื้อหมูลงไป ถ้าเนื้อหมูบุ๋มลงไปโดยไม่กลับคืนมา แสดงว่าเนื้อหมูนั้นเก่าไม่ควรซื้อ ที่สำคัญอย่าเลือกหมูที่ติดมันมากนักเพราะการบริโภคมันหมูมาก ๆ ไม่เป็นผลดีอย่างแน่นอน

"ในส่วนของการปรุงเนื้อสัตว์ทุกชนิดให้เน้นที่ปรุงให้สุกไว้ก่อน ถ้าจำเป็นต้องมีหมู 3 ชั้นในการประกอบอาหารก็ควรเจียวมันให้ออกไปบ้าง เพราะหากบริโภคมาก ๆ จะส่งผลให้แคลอรี่ในร่างกายเพิ่มก่อให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงได้" อ.สง่า บอก

นอกจากนี้ ในระหว่างที่ประกอบพิธีไหว้บรรพบุรุษนั้น บางบ้านก็ปล่อยของไหว้ทิ้งไว้โดยไม่มีอะไรปิดให้มิดชิด หรือวางกับพื้น ทำให้มีแมลงวันตัวพาหะนำเชื้อโรคมาตอม และเราก็นำมารับประทานกันโดยไม่รู้ จึงอยากขอเตือนให้มีการอุ่นหรือปรุงใหม่ก่อนนำมารับประทาน เพราะนั่นเสี่ยงต่อโรคทางเดินอาหาร และโรคอุจจาระร่วงได้เช่นกัน

อ.สง่า ทิ้งท้ายไว้ว่า อาหารที่ใช้ไหว้บรรพบุรุษส่วนใหญ่จะเป็นแบบผัด ๆ ทอด ๆ ก่อนรับประทานจงพึงระวังสักนิด เพราะอาจทำให้คุณเข้าสู่ภาวะโรคอ้วนได้ ทางที่ดีควรหันมารับประทานอาหารประเภทต้มน่าจะดีกว่า เช่น ต้มจับฉ่าย เป็นต้น อีกทั้งอาหารที่ใช้ไหว้ส่วนใหญ่ จะเน้นไปในทางรสชาติเค็มเราก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะรสเค็มจะทำให้เลือดข้น ก่อให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพเราได้ทั้งสิ้น...

ถึงแม้เทศกาลตรุษจีนจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เราก็ควรจะใส่ใจสุขภาพของตนเองอยู่ทุกเวลา เพราะการมีสุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้เราต้องทำเอง...


รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป๋าแชมป์
BKMHome Master
BKMHome Master
 
โพสต์: 2655
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 05 ก.ย. 2012 16:04 น.

Re: รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม

โพสต์โดย ป๋าแชมป์ » เสาร์ 09 ก.พ. 2013 10:29 น.

ข้อห้ามที่ไม่ควรทำในวันตรุษจีน

รูปภาพ
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป๋าแชมป์
BKMHome Master
BKMHome Master
 
โพสต์: 2655
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 05 ก.ย. 2012 16:04 น.

Re: รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม

โพสต์โดย ป๋าแชมป์ » ศุกร์ 15 ก.พ. 2013 22:46 น.

มาอัพเดตให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันสำหรับประเทศที่เราสามารถไปเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ดังนี้เลยครับ
ประเทศ จำนวนวันที่พำนักได้

1. กัมพูชา (14)
2. เกาหลีใต้ (90)
3.... ชิลี (90)
4. เซเชลส์ (30)
5. ตุรกี (30)
6. บราซิล (90)
7. บรูไน (14)
8. บาห์เรน (15)
9. เปรู (90)
10. ฟิลิปปินส์ (21)
11. มองโกเลีย (30)
12. มัลดีฟส์ (30)
13. มาเก๊า (30)
14. มาเลเซีย (30)
15. รัสเซีย (30)
16. ลาว (30)
17. เวียดนาม (30)
18. สิงคโปร์ (30)
19. อาร์เจนตินา (90)
20. อินโดนีเซีย (30)
21. เอกวาดอร์ (90)
22. แอฟริกาใต้ (30)
23. ฮ่องกง (30)

เครดิต AWAY Magazine
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป๋าแชมป์
BKMHome Master
BKMHome Master
 
โพสต์: 2655
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 05 ก.ย. 2012 16:04 น.

Re: รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม

โพสต์โดย ป๋าแชมป์ » พุธ 20 ก.พ. 2013 18:29 น.

รูปภาพ

ความลับของมือถือ ที่เราไม่รู้ เพราะคนขายไม่บอก

ใครที่ใช้โทรศัพท์มือถือตั้งใจอ่านดีๆ อ่านจบแล้วจะรู้ว่ามือถือไม่ได้มีไว้สำหรับ โทรเข้า-โทรออกเท่านั้น
แต่ยังมีเค...ล็ดลับที่เพื่อนๆยังไม่รู้ซ่อนไว้อยู่
ถ้าอยากรู้ว่ามีไรอะไรบ้าง
ลองเข้ามาดูกัน

1. หมายเลขสากลฉุกเฉิน 112 ใช้ได้ทั่วโลก ถ้าเกิดเราหลงไปอยู่ในเขตที่ไม่มีสัญญาณเลย แต่มีเหตุด่วนเหตุร้ายให้กด 112 แล้วมันจะหาเบอร์ให้เองอัตโนมัติแม้แต่เราล็อคปุ่ม
ก็ยังกดเบอร์ นี้ได้ ทีนี้เราก็รอดตายแล้ว

2. ใช้ในกรณีที่ลืมกุญแจไว้ในรถ... สำหรับรถที่ใช้ Remote Key
ถ้ารถล็อคไปแล้ว แต่เรามีกุญแจสำรองอยู่ที่บ้าน ให้โทรไปหาคนที่อยู่ที่บ้านด้วยมือถือ (เราต้องโทรไปหาเบอร์มือถือของเขาด้วยนะ) เมื่อเขารับแล้วให้เราบอกเขาให้กดปุ่ม unlock บนกุญแจสำรองในขณะที่เราถือมือถือให้ห่างจากประตูรถประมาณ 1 ฟุต
(คนที่อยู่บ้านที่เราวานให้กดต้องเอากุญแจไปจ่อใกล้กับมือถือของเขาในขณะที่กดปุ่ม) ประตูรถก็จะเปิดออกเหมือนเรากดปุ่มรีโมทด้วยตัวเอง ระยะทางไม่มีปัญหาแม้รถกับบ้านจะอยู่ห่างกันเป็นร้อยๆ กม. ก็ตาม

3. กรณีแบ็ตใกล้จะหมด *3370# สำหรับมือถือ Nokia
ถ้าเกิดถ่านเหลือน้อยเต็มทีจนใกล้ดับแต่เราจำเป็นต้องโทรออกให้กด *3370# มันจะรีดพลังสำรองที่ซ่อนออกมาแล้วแสดงให้เห็นว่า เพิ่มพลังถ่านให้ขึ้นมาอีก 50% และมันจะชดเชยส่วนสำรอง นี้ในการชาร์จแบตครั้งต่อไป

4. ถ้าโทรศัพท์หายต้องการทำให้ใช้ไม่ได้ตลอดไป ในกรณีนี้เราต้องใช้หมายเลข serial number ประจำเครื่อง ซึ่งมี 15-17 หน่วย การที่จะทราบหมายเลขนี้กด *#06# แล้วหมายเลขประจำเครื่องก็จะขึ้นมาให้เห็นทันทีเหมือนเล่นกล จดไวแล้วเก็บไว้ให้ดี....ที่นี้ถ้ามือถือหายหรือตกหล่น ให้โทรไปที่ศูนย์แล้วแจ้งหมายเลขให้เขาไป เขาก็จะบล็อคเครื่องของเราให้แล้วทีนี้มือถือที่หายไปจะใช้ไม่ได้อีกเลย ถึงแม้ว่าคนขโมยไปจะเปลี่ยน sim card มันก็จะยังใช้ไม่ได้อยู่ดี แบบนี้สะใจดีโดยเฉพาะพวกที่ชอบโขมยมือถือ

ขอขอบคุณ คุณ สมศ้กดิ์ SV Trailer ที่นำสิ่งที่ทุกคนที่มีมือถือใช้ ควรรู้เอาไว้ มาเผยแพร่
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป๋าแชมป์
BKMHome Master
BKMHome Master
 
โพสต์: 2655
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 05 ก.ย. 2012 16:04 น.

Re: รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม

โพสต์โดย ป๋าแชมป์ » พฤหัสฯ. 21 ก.พ. 2013 23:05 น.

ชมรมคนรัก "มันกุ้ง" ฟังไว้ อะไรคือสิ่งที่คุณกินกันแน่

รูปภาพ

ทุกท่าน คงชอบทานอาหารทะเลกันล่ะสิ กุ้ง เป็นอาหารทะเลสุดยอดนิยมที่ลูกค้าทุกโต๊ะจะต้องสั่งมา เจ้ากุ้งเผาจาน...ละห้าตัวสิบตัวที่ว่านี้ เป็นอาหารอันโอชะที่ใครๆได้ลิ้มแล้วก็จะต้องสุขใจในรสชาติ และ "มันกุ้ง" หรือตรงหัวกุ้งนั่นแหล่ะ เป็นสิ่งสุดยอดที่ผู้ทานหลงใหล ทีมงานสังเกตุเห็นผู้ทานทุกท่านต่างหยิบเจ้าหัวกุ้งมาดูดแทะโดยเฉพาะมันกุ้งที่อยู่ในหัวกุ้งนั้น มีอาณุภาพทำให้ผู้ลิ้มลองต้องทำตาพริ้มได้ทีเดียว

แต่เจ้ามันกุ้งที่ท่านทุกคนชอบนั้น แท้จริงแล้วมันคือ "ตับ" ของกุ้งนั่นเอง

ใช่แล้วฟังกันไม่ผิด ตับกุ้งที่ท่านชอบ เป็นตัวสร้างพิษและโรคร้ายต่างๆอย่างน่าตกใจ วันนี้ เราจึงนำมาถ่ายทอดให้ทุกท่านได้ทราบ เผื่อจะได้ทบทวนและจัดตารางอาหารของท่านซะใหม่

สถาบันวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำจืด สำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง ได้ทำการแจ้งให้แก่ประชาชนทราบถึงพิษภัยของมันกุ้งที่มีต่อผู้บริโภค

ตับของกุ้ง ก็เหมือนกับตับของสัตว์และคน คือ ทำหน้าที่ในการกรองสารพิษและเชื้อโรคออกจากกระแสเลือด ตลอดจนสร้างน้ำย่อยให้แก่ระบบทางเดินอาหารในร่างกาย

ตับจึงเป็นที่รวมของสารพิษต่าง ๆ ที่อาจตกค้าง ร่างการจึงขับส่วนที่เป็นมันไปตรวจหาสารโลหะ หรือสารพิษต่างๆ เราจึงเห็นมันกุ้งอยู่บริเวณส่วนหัวเป็นจำนวนมาก

มันกุ้งจึงเป็นแหล่งรวมพิษภัย และสร้างโรคภัยให้แก่ผู้รับประทานได้อย่างดี ซึ่งคลอเรสเตอรอล Cholesterol ในกระแสเลือดที่จะสะสมเป็นปริมาณมากเกินความต้องการของร่างกาย และนั่นจะทำให้เกิดโรคภัยในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ ภาวะหลอดเลือดต่าง ๆ ตีบตัน

เชื้อโรค และสารตกค้างบางอย่างที่ผ่านขบวนการปรุงสุก ก็อาจจะช่วยให้ถูกชำระไปบางส่วนได้ แต่กระบวนการทางปรุงอาหารเหล่านี้ ไม่สามารถจะ ขจัดสารพิษจำพวกโลหะหนักได้เลย

ดังนั้นผู้ที่กำลังอร่อยอยู่กับเจ้าหัวกุ้งล่ะก็ ระวังกันหน่อยแล้วกัน โดยเฉพาะเจ้ากุ้งแช่น้ำปลาที่ไม่เอาหัวออก อย่าได้ไปแทะเชียว ด้วยความห่วงใยจาก
นานาสาระน่ารู้

ขอขอบคุณสาระดีๆที่ คุณ สมศ้กดิ์ SV Trailer นำทาแชร์
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป๋าแชมป์
BKMHome Master
BKMHome Master
 
โพสต์: 2655
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 05 ก.ย. 2012 16:04 น.

Re: รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม

โพสต์โดย ป๋าแชมป์ » ศุกร์ 22 ก.พ. 2013 07:01 น.

รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม ประจำวันศุกร์ที่ 23 ก.พ 56

ประโยชน์และสรรพคุณทางยาของกระเทียม

กระเทียม (Garlic) เป็นทั้งเครื่องเทศและสมุนไพร ซึ่งขาดไม่ได้เลยสำหรับเมนูอาหารไทย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด ต้มยำ ยำ รวมถึงเป็นส่วนประกอบสำคัญในน้ำพริกประเภทต่างๆ และยังเป็นองค์ประกอบของอาหารในเกือบทุกประเทศ นอกจากกระเทียมจะช่วยทำให้อาหารมีรสชาติที่หอมอร่อยขึ้นแล้ว ยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและสรรพคุณทางยามากมายอีกด้วย
กระเทียมเป็นพืชล้มลุกประเภทหัว โดยมีหัวอยู่ใต้ดิน หัวมีลักษณะเกือบกลม ประกอบไปด้วยกลีบเรียงกันอยู่เป็นชั้นๆ ในแต่ละหัวจะมีจำนวนกลีบมากน้อยต่างกันไป โดยทั่วไปแล้วในหนึ่งหัวจะมีกลีบราวๆ 10 – 20 กลีบ กระเทียมเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญมากอีกประเภทหนึ่ง โดยปลูกมากทางภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของไทย
ประโยชน์ของกระเทียม
ประโยชน์หลักของกระเทียมคือเป็นเครื่องเทศสำหรับประกอบอาหารเกือบทุกชนิด ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด และอื่นๆ นิยมทั้งแบบรับประทานแบบสดและแบบดอง ช่วยให้อาหารมีรสชาติและกลิ่นดีขึ้น

สรรพคุณทางยาของกระเทียม

กระเทียมนับได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาที่หลากหลายมากที่สุดประเภทหนึ่ง ช่วยในการปรับสมดุลของร่างกาย บรรเทาและรักษาอาการของโรคต่างๆได้ เช่น ลดความดันโลหิตและป้องกันโรคหัวใจ ลดระดับไขมันและคอลเลสเตอรอล ลดน้ำตาลในเลือด ช่วยขับลม ป้องกันโรคมะเร็งเนื่องจากมีสารซีลีเนียมที่ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย ช่วยรักษาโรคบิด ช่วยขับพยาธิ ช่วยขับเสมหะ ช่วยป้องกันผนังหลอดเลือดหนาและแข็งตัว ช่วยบำรุงผิวหนังให้มีสุขภาพดี ดูสะอาด และช่วยฆ่าเชื้อรา จำพวกกลาก เกลื้อน รวมถึงเชื้อราตามเล็บและหนังศีรษะ
จากประโยชน์และสรรพคุณทางยาที่มากมายของกระเทียมข้างต้น เราควรเพิ่มกระเทียมเข้าเป็นส่วนประกอบของอาการที่รับประทานมากขึ้น แต่ข้อควรระวังคือกระเทียมมีกลิ่นแรง ถ้าใส่มากเกินไปอาจจะทำให้กลิ่นของอาการเปลี่ยนไป ไม่น่ารับประทานเท่าที่ควร
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป๋าแชมป์
BKMHome Master
BKMHome Master
 
โพสต์: 2655
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 05 ก.ย. 2012 16:04 น.

Re: รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม

โพสต์โดย ป๋าแชมป์ » จันทร์ 04 มี.ค. 2013 20:25 น.

รูปภาพ

แก้นิ้วล็อก และหินปูนที่ข้อกระดูก - Beleive it or not!?!
ใครที่เป็นนิ้วล็อก มือชา ถ้าขี้เกียจอ่านก็ช่วยไม่ได้......
มือผมชามานานมาก ประมาณเกือบ 10 ปีแล้ว ชาระดั...บไหน...ชาชนิดที่ว่า กระจกบาดไม่รู้ กวาดบ้านได้ไม่เกิน 2 นาที และที่ทำร้ายจิตใจมากก็คือ ผมจับไม้แบดโดยที่ไม่รู้สึกอะไรเลย เล่นไปเพราะความเคยชิน เคยไปปรึกษาหมอเมื่อ 2 ปีที่แล้วหมอบอกว่าเป็นพังผืด และพูดสั้นๆ โดยไม่ต้องแปล...ผ่า!
พูดง่าย เข้าใจง่าย แต่ผมทำไม่ได้ เพราะนั่นหมายถึงผมต้องหยุดงานอย่างน้อย 2 อาทิตย์ รวมถึงหน้าที่ที่ต้องทำ คิดแล้ว...ทน...ต่อไปดีกว่า...
เมื่อเดือนก่อน เพื่อนบ้านของผมก็เป็นแบบผม และเขาได้ไปผ่ามา หมดไป 18,000 บาท มันเยอะสำหรับผม แต่เขาบอกว่าดีขึ้นมาก ผมก็ตั้งใจว่า ถ้ารวยเมื่อไหร่ ก็คงจะต้องไปผ่ามั่ง แต่...เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมได้อ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ คอลัมน์นายเกษตร มีคนบอกสูตรยาแก้นิ้วล็อก พังผืด ผมอ่านแล้วก็ลองทำดู

สาเหตุ...ไม่ใช่ยากิน ไม่ใช่ของหายาก ลงทุนน้อยมากกกกกกกกกก ลองเลย...ผลที่ได้...มหัศจรรย์ ฝ่ามือที่ชาดีขึ้นประมาณ 80% จริงๆ ไม่ได้โม้ ที่ว่า 80% เพราะหลังมือยังชาอยู่ ลองกดดูไม่เจ็บ ลองกดที่ง่ามนิ้วระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ ไม่เจ็บ เฮ้ย จริงดิ ไม่เชื่อ ลองกำมือซ้ายกับมือขวาดู เฮ้ย...มือซ้ายยังชา แต่มือขวาดีกว่ามือซ้าย ปกติมือขวาเป็นหนักกว่ามือซ้าย
ลองคิดดู ความรู้สึกของมือที่กลับคืนมาหาเราอีกครั้ง มันวิเศษขนาดไหน ตกเย็นลองของเลย ดิ่งไปสนามแบด โอ้โฮ มันดีจริงๆ เลย คืนค่ำนี้ก็เลยลองที่หลังมือขวา ผลที่ได้ก็คือ อาการชาดีขึ้นมามาก จนมือขวาเรามีความรู้สึกแล้ว อยากรู้แล้วล่ะดิ ตั้งใจฟังนะ.....
- ขนมปัง 1 แผ่น
- น้ำส้มสายชู 5% 1 ขวด เขาว่าถ้าจะให้ดีต้อง อสร.
(แต่ผมหาไม่ได้ ก็เลยใช้ตราภูเขาทองแทน )
- ผ้าพัน 1 ผืน
วิธีทำ
เอาน้ำส้มสายชูราดลงไปบนแผ่นขนมปังพอชุ่ม แล้ววางลงตรงจุดที่เป็นพังผืด
เอาผ้าพันทับ พันหลวมๆ ไม่ต้องแน่น แล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ 1 ชม.
แกะออกแล้วก็ล้างมือ...ลองดู ความมหัศจรรย์ก็จะเกิดขึ้นกับมือของท่าน
เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นกับผม ผมลองแล้วได้ผลดีเกินคาด ก็เลยนำมาบอกต่อ แต่ถ้าใครคิดว่าผมบ้ามาหลอกอะไรล่ะก้อ มาหาผมที่ร้าน ผมจะทำให้ดู ไม่มีอันตราย น้ำส้มสายชูเรากินได้ ฉะนั้น ถ้าโดนผิวหนังเรามันย่อมไม่มีผลอะไร อันที่จริงผมจะส่งมาแค่สูตรยาก็กลัวว่าจะไม่กล้าทำกัน ก็เลยร่ายยาวเลย ใครที่เป็นลองดูนะครับ ได้ผลจริงๆ ป้าปุ๊กลองดูกับคนไข้ได้นะครับ รับรองคนไข้ต้องเรียกป้าปุ๊กว่า นางฟ้าแทนนางพยาบาลแน่นอน
แถมให้อีกหน่อย...น้ำกัดเท้า ก็น้ำส้มสายชูนี่แหละ รินแล้วแช่เลย หายขาด
หินปูนที่เกาะตามข้อกระดูก น้ำส้มสายชู 1 ขวด เกลือป่น 1 กิโล ผสมกับน้ำอุ่นแล้วลงไปนอนแช่ 10-25 นาที เขาบอกว่าถ้าจะให้ดีก็ควรออกกำลังกายก่อนสัก 15-20 นาที จะทำให้หินปูนหลุดได้ง่ายขึ้น
แต่อันนี้ยังไม่ได้ลอง เพราะไม่มีอ่างอาบน้ำ ลองดูนะครับ ได้ผลแล้วก็ช่วยบอกต่อกันเยอะๆ นะครับ ขอขอบคุณคอลัมน์นายเกษตร และผู้ที่เผยแพร่สูตรนี้ ผมคงตอบแทนบุญคุณท่านได้ก็โดยการเผยแพร่ต่อไป อย่าลืมนะครับ...บอกต่อๆ กันไปดูเพิ่มเติม
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป๋าแชมป์
BKMHome Master
BKMHome Master
 
โพสต์: 2655
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 05 ก.ย. 2012 16:04 น.


ย้อนกลับไปยัง พูดคุยเรื่องทั่วไป

cron